Month: February 2021

5 ต้นไม้สำหรับตกแต่งภายในให้บ้านสดชื่น

ตกแต่งภายใน

การปลูกต้นไม้ตกแต่งภายในบ้านถือเป็นเทรนด์ฮิตที่ได้รับความนิยมอย่างยิ่งในปัจจุบัน เนื่องจากว่าช่วยให้บ้านนั้นมีความสดใส และสดชื่น ต้นไม้บางชนิดเองก็ช่วยฟอกอากาศ เพิ่มประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นได้เป็นอย่างดี สำหรับใครที่ต้องการให้บ้านของคุณเองมีความสวย เขียวสดชื่น ควรปลูกต้นไม้ในบ้านดังต่อไปนี้ 1.วาสนา สำหรับต้นไม้ชนิดแรกที่นิยมปลูกตกแต่งภายในบ้านได้แก่ต้นวาสนานั่นเอง หากจะกล่าวถึงความงดงามของต้นวาสนา หลายคนคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยต้นไม้นี้มีใบที่เรียวยาว และมีสีเขียวอ่อนสอดแทรกอยู่ในสีเขียวเข้มบริเวณกลางใบ เหมาะสมกับการปลูกในกระถางหรือจะปลูกบริเวณริมระเบียงก็ได้เช่นกัน ต้นวาสนาไม่เหมาะกับการปลูกกลางแดดจัด เนื่องจากอาจทำให้ขาดน้ำและตายได้ในที่สุด 2.เศรษฐีเรือนใน เศรษฐีเรือนในเป็นต้นไม้ขนาดไม่ใหญ่มากนัก ปลายใบแหลมสวย เหมาะสมกับคนที่ต้องการเพิ่มพื้นที่บ้านให้เปี่ยมไปด้วยสีเขียว โดยใบจะมีสีเขียวอ่อนสลับแก่เล่นสีอย่างงดงามราวกับธรรมชาติบรรจงแต่งแต้มเอาไว้ เศรษฐีเรือนในสามารถปลูกในกระถางได้อย่างง่ายดาย โตเร็ว เลี้ยงง่ายและไม่เป็นภาระกับผู้ปลูกมากนัก 3.กวักมรกต อีกหนึ่งต้นที่เห็นได้บ่อยครั้งก็คือกวักมรกต โดยเจ้ากวักมรกตนี้เป็นต้นไม้ที่มีสีเขียวเข้มเป็นมันเงาราวกับมรกตเลยก็ว่าได้ จุดเด่นคือกิ่งก้านที่เหมาะเจาะเหมือนสร้างมาอย่างตั้งใจ ซึ่งปัจจุบันนิยมนำกวักมรกตมาเป็นของขวัญวันเกิด ของขวัญวันเปิดร้าน ว่ากันว่าหากใครเลี้ยงต้นไม้ต้นนี้จนออกดอกจะมีโชคลาภอีกด้วย 4.เงินไหลมา สำหรับเงินไหลมา เป็นต้นไม้ที่มีลักษณะเป็นเถา เหมาะสมกับคนที่ต้องการให้บ้านมีสีเขียวอ่อนเป็นเงางาม โดยเงินไหลมาถือเป็นต้นไม้ที่เลี้ยงง่ายอย่างยิ่ง ต้องการน้ำพอประมาณและที่สำคัญที่สุดคือเป็นต้นไม้ที่สามารถประดับบ้านได้อย่างน่าดู 5.กวนอิม ต้นกวนอิมเป็นต้นไม้ใบสีแดงสลับเขียวอย่างมีชั้นเชิง โดดเด่นเนื่องจากโตง่ายมาก ขยายพันธ์ได้ง่าย แค่แยกหน่อก็สามารถปลูกต่อได้แล้ว ประการสำคัญที่สุดก็คือกวนอิมไม่ต้องการน้ำมากเท่าไรนัก ปลูกในที่ร่ม ให้น้ำเล็กน้อยก็เติบโตจนเจ้าของแยกหน่อแทบไม่ทันเลยทีเดียว สำหรับใครที่อยากปลูกต้นไม้ตกแต่งภายในบ้านให้มีสีเขียวสวยสะอาดตา ขอแนะนำเลยว่าให้เลือกเป็นต้นไม้ที่เลี้ยงง่าย ไม่ต้องการน้ำมาก เพราะเวลาที่เลี้ยงในบ้านการต้องรดน้ำจำนวนมากอาจทำให้เกิดความลำบากได้ในภายหลัง นอกจากนี้ก็อย่าลืมใส่ใจดูแลอย่างสม่ำเสมอ ใส่ปุ๋ยบ่อยๆ เท่านี้ต้นไม้ก็จะสวยอย่างที่ต้องการแล้ว

How to ดูแลประคับประคองผู้ป่วยหนักให้มีความสุข

ดูแลประคับประคอง

ปัจจุบันโรคมะเร็งถือเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยจำนวนมาก ซึ่งสาเหตุนั้นเกิดมาจากการใช้ชีวิตในช่วงต้น ทั้งการบริโภคอาหารที่ไม่มีประโยชน์ การละเลยที่จะออกกำลังกาย รวมถึงการพักผ่อนไม่เพียงพอ สำหรับใครที่มีคนในครอบครัวป่วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย การดูแลประคับประคองถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้ป่วยได้ใช้ชีวิตในช่วงสุดท้ายได้อย่างมีความสุข ซึ่งหลักการดูแลแบบประคับประคองนั้นมีดังต่อไปนี้  1.เน้นการใช้ชีวิตช่วงที่เหลืออย่างมีความสุข  หลายคนอาจไม่รู้มาก่อนว่าหลักการดูแลแบบประคับประคองคืออะไร ต้องขอตอบเลยว่าการดูแลประคับประคองคือการดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากที่สุดทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ลดการเจ็บปวดหรือทุกข์ทั้งทางกายและทางใจ   2.สอบถามความต้องการสุดท้าย  การสอบถามความต้องการสุดท้ายของผู้ป่วยจะทำให้แนวทางการดูแลประคับประคองนั้นเป็นไปอย่างเหมาะสม และตรงกับใจของผู้ป่วย โดยผู้ดูแลจะต้องทำหน้าที่สอบถามในช่วงที่ผู้ป่วยยังสามารถสื่อสารได้อยู่ว่าต้องการให้การรักษาเป็นแบบใด ปกติแล้วจะมีหัตถการเพื่อยื้อชีวิตผู้ป่วยหลายรูปแบบทั้งปั๊มหัวใจ เจาะท้อง เจาะคอ ซึ่งการหัตถการแบบนี้อาจสร้างความทุกข์ทรมานทางกายให้ผู้ป่วยอย่างมาก นอกจากนี้อย่าลืมสอบถามเรื่องทรัพย์สินส่วนตัวว่ามีความประสงค์จะให้ใครบ้าง  3.การให้อาหาร  ส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยที่อาการหนักนั้นมักไม่อยากเคี้ยวอาหารสักเท่าใดนัก ผู้ดูแลก็ไม่ควรที่จะบังคับให้ผู้ป่วยต้องกินหรือเคี้ยวอาหาร เนื่องจากอาจส่งผลต่อระบบการย่อยอาหารได้ ทางที่ดีควรให้ผู้ป่วยกินอาหารย่อยง่าย ไม่ว่าจะเป็นอาหารเหลวแบบชงเพื่อเสริมสุขภาพ หรือจะเลือกเป็นน้ำผลไม้ สมูทตี้ปั่นซึ่งคั้นจากผลไม้ที่ปลูกเอง ปราศจากสารเคมีก็ได้เช่นกัน  4.การพาผู้ป่วยกลับบ้าน  ลูกหลานบางคนอาจมีแนวคิดในการให้ผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาล เพื่อความมั่นใจว่าผู้ป่วยจะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที หากเกิดกรณีเจ็บป่วยกระทันหัน แต่อย่างไรก็ดี คุณควรพิจารณาว่าระหว่างบ้านกับโรงพยาบาลนั้นผู้ป่วยต้องการอยู่ที่ใดกันแน่ แม้โรงพยาบาลจะมีข้อดี ทว่าผู้ป่วยอาจไม่อยากอาศัยอยู่ เนื่องจากโรงพยาบาลเป็นสถานที่ซึ่งทำให้เกิดความหดหู่ มีแต่คนเจ็บ คนร้องโอดโอย และคนเสียชีวิตไม่เว้นแต่ละวัน ยิ่งอยู่นานวันเข้าก็ยิ่งบั่นทอนจิตใจ บางทีผู้ป่วยอาจอยากใช้ชีวิตวาระสุดท้ายในบ้านที่คุ้นเคย มีญาติมิตรห้อมล้อมก็เป็นได้  การดูแลแบบประคับประคองถือเป็นการใช้ความเข้มแข็งทั้งทางร่างกายและจิตใจที่ผู้ดูแลต้องเผชิญ หากว่าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องการให้คนที่คุณรักมีความสุขในบั้นปลายชีวิต การทำตามหลักการเหล่านี้จะช่วยให้การดูแลประคับประคองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 

เท้าแบนใส่รองเท้าแบบไหน

เท้าแบนใส่รองเท้าแบบไหน

มาทำความรู้จักกับเท้าแบนกันก่อน เท้าแบนเป็นลักษณะของฝ่าเท้าที่ไม่มีส่วนโค้งหรือเว้าตรงกลางเท้าเลย และจะเห็นได้ชัดมากขึ้นในเวลาที่ลุกยืนขึ้นหรือว่าเดิน สามารถสังเกตุได้ว่าเท้านั้นมีส่วนเว้าหรือเปล่า หรือว่าเรียบแบนเป็นระนาบเดียวกับพื้นไปเลย ซึ่งการเป็นเท้าแบนนั้นส่งผลทำให้ต้องระวัง ในเรื่องของการลงน้ำหนักตัวกว่าคนอื่นขึ้นมาหน่อย ทำให้การใส่รองเท้านั้นก็จะดีมากถ้าเราเลือกใส่รองเท้าสำหรับคนเท้าแบนโดยเฉพาะ แล้วเท้าแบนใส่รองเท้าแบบไหนกันหล่ะ วันนี้ไปหาคำตอบกัน เท้าแบนใส่รองเท้าแบบไหนดี 1 ควรเลือกรองเท้าแบบ Stability Shoe รองเท้าประเภทนี้ จะมี Arch เสริมขึ้นมา ทำให้สามารถรองรับน้ำหนักตัวได้เป็นอย่างดี และช่วยประสมดุลของเท้าได้ และถ้าอยากจะหาตัวช่วยที่สามารถลดแรงกระแทกได้มากกว่าเดิม ก็อาจเลือกตัวพื้นรองเท้าที่มีความแข็วแรง ซึ่งจะสามารถป้องกันจากแรงกระแทก และการบิดของข้อเท้าที่จะบิดเข้าด้านในได้อีกด้วย  2 หาตัวช่วยที่จะสามารถลดแรงกระแทกระหว่างเท้าสู่พื้นได้ด้วยการอาจหาแผ่น Insole ด้านในมาเสริมจะช่วยปรับสมดุลกับเท้าแบนโดยเฉพาะ 3 Elastic Band สำหรับคนเท้าแบน ที่เกิดจากการที่เอ็นร้อยหวายสั้นเกินไป อาจจะต้องยึดกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อในส่วนของขาส่วนล่าง อุปกรณ์จำพวก Elastic Band จะช่วยยึดเหยียดกล้ามเนื้อในส่วนนี้ให้ง่ายมากขึ้น พร้อมหรือยังกับความรู้สึกใหม่ เป็นอย่างไรบ้างได้ไขข้อสงสัยกันบ้างไหมกับคำถามที่ว่าเท้าแบนใส่รองเท้าแบบไหนดี ทีนี้ก็ได้รู้วิธีการเลือกรองเท้าสำหรับคนเท้าแบนกันไปแล้ว แบบนี้ก็เตรียมตัวไปรับความรู้สึกใหม่จากการใส่รองเท้าดีที่คอยดูแลสำหรับเท้าที่แบนโดยเฉพาะกันเลย สัมผัสกับความรู้สึกใหม่ บอกลากับอาการปวดเมื่อยต่าง ๆ

4 ข้อการรักษา บุหรี่ไฟฟ้า ” Pod69″ ที่เราควรรู้ไว้

บุหรี่ไฟฟ้า Pod69

Pod69 เป็นบุหรี่ไฟฟ้าประเภทใหม่ที่พึ่งเปิดตัวได้ไม่นาน เเต่นับว่าเป็นอีกหนึ่งบประเภทของบุหรี่ไฟฟ้าที่มีการเปิดตัว และ มีคนใช้งานอย่างรวดเร็ว ด้วยมีการผลิตเทคโนโลยีที่ใหม่กว่าเองก็เลยทำให้  Pod69 นั้นเป็นหนึ่งในนัวตกรรมที่หลากหลายคนนั้นเลือกใช้กัน และ สำหรับคนที่มี Pod69 ไว้คอยใช้งานอยู่เเล้วในบทความนี้เราจะมาพูดถึงการดูเเลเละรักษาบุหรี่ไฟฟ้า  Pod69 กันดีกว่านะครับ ว่าการเลือกใช้ บุหรี่ไฟฟ้า Pod69 นั้นจะมีการดูเเลรักษาอย่างไรบ้าง ? มาลองดูกันครับ   พยายามชาร์ตแบตเตอร์รี่ให้เต็ม ไม่ปล่อยให้แบตเตอร์รี่หมด  อย่างเเรกเลยนั้นคือการดูเเลรักษาแบตเตอร์รี่นั้นค่อนข้างสำคัญนะครับ เพราะว่าแบตเตอร์รี่ของบุหรี่ไฟฟ้านั้นก็เหมือนกับแบตเตอร์รี่ทั่วไปของอุปกรณ์ต่าง ๆ ถ้าหากว่ามีการปล่อยให้แบตเตอร์รี่เหลือ 0 % เเล้วค่อยชาร์ต หรือ ปล่อยให้แบตเตอร์รี่จนหมด และ ชาร์ตแบตเตอร์รี่เต็มเเล้วไม่ยอมเอาปลั๊กออก จะทำให้แบตเตอร์รี่นั่นเสื่อมเร็วอย่างมากนะครับ ดังนั้นถ้าหากว่าเราจะต้องรักษาบุหรี่ไฟฟ้าอย่าง Pod69  นั้นเราจะต้องรักษาแบตเตอร์รี่ไว้ด้วยนะครับ   เก็บในที่ห่างใกลมือเด็ก  และไม่ ชื้น   อีกหนึ่งความสำคัญนั้นคือในเรื่องของ “การเก็บรักษา” นะครับเราจะต้องเก็บรักษาให้บุหรี่ไฟฟ้า Pod69 นั้นห่างใกลจากมือเด็กให้มากที่สุดนะครับไม่อย่างนั้นเด็กอาจจะเผลอนำมาเล่นและเกิดอันตรายกับเด็กเอาได้นะครับ และในสถานที่เก็บนั้นไม่ควรเป็นสถานที่ ที่มีความชื้น และมีน้ำนะครับ และไม่ควรเป็นสถานที่ที่แสงแดดนั้นส่องถึงด้วยนะครับไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้บุหรี่ไฟฟ้าของเรานั้นเกิดความร้อนสะสมมากเกินไป จนทำให้เกิดการที่บุหรี่ไฟฟ้านั้นอาจจะเกิดระเบิดขึ้นได้นะครับ   อย่าปล่อยให้บุหรี่ไฟฟ้าแห้ง   อีกข้อที่สำคัญนั้นคือในเรื่องของ “การปล่อยให้สำลีนั้นแห้ง” เกินไป  นั้นจะทำให้คอยล์ทำความร้อนนั้นแห้งเนอาได้นะครับ และ เมื่อเกิดคอยล์แห้งขึ้นก็จะทำให้อายุการใช้งานของบุหรี่ไฟฟ้าของเราลดลง และทำให้ อายุการใช้งานของบุหรี่ไฟฟฟ้า นั้นลดน้อยลงด้วยนะครับ และถ้าหากว่าคอยล์ทำความร้อน นั้นไม่สามารถใช้งานได้ เราก็จะต้องไปหาตัวคอยล์ใหม่มาทำให้บุหรี่ไฟฟ้าของเรานั้นใช้ได้เหมือนเดิมนะครับ   พกไปไหนมาไหน ด้วยกระเป๋ากันกระแทก   อีกข้อที่สำคัญเลยนั้นคือในเรื่องของการเดินทางไปไหนมาไหนนั้นให้เราเลือกที่จะพกไปไหนมาไหน ด้วยกระเป๋ากันกระแทกดูจะดีกว่านะครับ เพราะว่าอย่างน้อยหากมีการกระแทกที่แรงในระดับนึงบุหรี่ไฟฟ้าของเราก็ยังปลอดภัยอยู่แต่ถ้าหากว่าเราไม่มีกระเป๋าในการกันกระแทกเลยอาจจะทำให้บุหรี่ไฟฟฟ้าของเรานั้นเสียหาย หรือ […]

Pablo Cheese Tart Menu ขนมหวาน เนื้อเบานุ่ม แบรนด์ดังจากโอซาก้า

Pablo Cheese Tart Menu

มาถึงคิวชีสทาร์ต ไม่ว่าใครเมื่อได้ยินชื่อนี้ ต้องยอมมาต่อแถวเพื่อชิมขนมหวานที่แสนจะนุ่มลิ้น Pablo Cheese Tart Menu ของเจ้านี้ เมื่อได้ลองแล้วเป็นต้องติดใจทุกราย เพราะนอกจากจะอบใหม่ต่อชิ้นทุกวัน ยังอร่อยไม่ซ้ำใคร เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจริง ๆ ทุกเมนูของ Pablo Cheese Tart การันตีความอร่อยได้จากจำนวนคนที่ต่อแถวที่ยาวเหยียด เพื่อออเดอร์มานั่งทาน หรือใช้บริการสั่งอาหารออนไลน์หิ้วมาทานที่บ้าน สุดยอดขนมหวานชื่อดังต้นตำรับจากเมืองโอซาก้า ชนิดที่ว่าขึ้นเป็นเมนูแนะนำในโบรชัวร์และนำสินค้าและอาหารของโอซาก้าเลยทีเดียว ทางร้านจะมีชีสทาร์ต อยู่ด้วยกัน 2 ไซส์ มีทั้งไซส์มินิ และจัมโบ้ ในเมื่อเป็นที่ชื่นชอบของหลายคนขนาดนี้ มาดูกันเลยว่า Pablo Cheese Tart Menu เมนูเด่น ๆ มีอะไรบ้าง Pablo Mini Cheese Tart รสออริจินัล อร่อยแบบดั้งเดิมไปกับทาร์ตที่ออกจากเตา กลิ่นหอม สัมผัสนุ่มลิ้น เน้นชีสเต็มคำ ตัดกับความเปรี้ยวอมหวานของแยมเอพริคอต สำหรับคนที่อยากจะลองชิมขนมของเจ้านี้ครั้งแรก เมนูนี้ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง รสช็อกโกแลต ด้วยเนื้อชีสที่แน่น บวกกับความหวานมันของเนื้อช็อกโกแลตที่กลมกล่อม กัดคำหนึ่งไม่เคยพอ รสชาเขียวอูจิมัทฉะ ชาเขียวต้นตำรับแท้ […]

4 เรื่องที่เราจะต้องรู้ก่อนจะตกแต่งบ้าน

เชื่อวว่าหลายคนนั้นกำลังคิดจะตกแต่งบ้านอยู่ใช่ไหมครับ ? และบางคนนั้นอาจจะกำลังเป็นมืออใหม่ในการตกแต่งบ้านด้วยเช่นกัน ดังนั้นสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยแต่งบ้าน หรือ อาจจะยังไม่มีมีความรู้มากพอ เรามาลองดูเรื่องที่เราจะต้องรู้ในการตกแต่งบ้านกันดีกว่านะครับว่าจะมีเรื่องอะไรบ้าง
สีรองพื้นนั้นสำคัญเสมอ
เรื่องแรกที่หลายคนนั้นมองข้ามเลยนั้นคือในเรื่องของ “การมองข้ามสีรองพื้น” เพราะคิดว่าไม่สำคัญพอ และ คิดว่าสีรองพื้นนั้นไม่จำเป็นมาก และอาจจะไม่ทาเลยก็มี แต่ว่าแท้จริงแล้ว รองพื้นนั้นมีความสำคัญอย่างมากนะครับ เพราะจะช่วยให้พื้นผิวนั้นมีคุณสมบัติมากขึ้น และ ยังช่วยให้การทาสีทาทับหน้า นั้นทาได้ง่ายขึ้น มีคุณภาพ และ เรียบเนียน และ สวยงามมากยิ่งขึ้นนะครับ

คนหางานต้องอ่าน!! วิธีเตรียมตัวไปสัมภาษณ์งาน

หางาน

หากจะบอกว่าขั้นตอนสำคัญอีกขั้นตอนหนึ่งในการหางานคือการสัมภาษณ์งานคงไม่ผิดนัก เมื่อยื่นใบสมัครและResumeไปแล้ว หากฝ่ายบุคคลสนใจในประวัติการทำงานและประวัติการศึกษาของคุณก็จะทำการเรียกสัมภาษณ์ อย่างไรก็ดีการเตรียมตัวสัมภาษณ์นั้นจะต้องทำอย่างไรบ้าง ใครที่กำลังหางานอยู่ควรศึกษาโดยละเอียด  1.ค้นคว้าข้อมูลของบริษัทที่ยื่นใบสมัครไป  สำหรับผู้ที่มีฝ่ายบุคคลโทรมานัดสัมภาษณ์ คุณควรเลือกค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทนั้นๆ โดยละเอียด เพื่อเป็นการเตรียมตัวตอบคำถาม ส่วนใหญ่แล้วผู้สัมภาษณ์มักมีการถามคำถามเบื้องต้นเกี่ยวกับบริษัท เพื่อทดสอบว่าคุณนั้นสนใจในบริษัทอย่างแท้จริงหรือไม่ นอกจากนี้การที่คุณมีความรู้เกี่ยวกับบริษัทที่เรียกไปสัมภาษณ์ยังแสดงให้เห็นว่าคุณเป็นคนมีความมุ่งมั่นเพียงใดอีกด้วย  2.ฝึกตอบคำถามการสัมภาษณ์  ส่วนใหญ่แล้วการสอบสัมภาษณ์นั้นมักมีคำถามที่คล้ายคลึงกัน ยกตัวอย่างเช่น วิธีรับมือกับความกดดันในการทำงาน หรือเพราะเหตุใดทางบริษัทจึงต้องการตัวคุณ แม้จะมีการฝึกตอบคำถามล่วงหน้า แต่คุณก็ไม่ควร “ประดิษฐ์” คำตอบมากเกินไปจนดูไม่เป็นตัวของตัวเอง การตอบคำถามอย่างจริงใจและเป็นคำตอบที่ออกมาจากจิตใจของคุณจะช่วยให้ผู้สัมภาษณ์มองคุณในแง่บวก ทั้งยังทำให้คุณมีภาพลักษณ์ที่น่าประทับใจอีกด้วย  3.ค้นหาจุดเด่นและจุดด้อยของตนเอง  การค้นหาจุดเด่นและจุดด้อยของตนเอง รวมถึงวิเคราะห์ตนเองได้จะทำให้คุณเป็นคนที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้คุณอาจไม่สามารถคิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง หากแต่ให้คนใกล้ชิดช่วยวิเคราะห์จะดีที่สุด นอกจากจะบอกจุดเด่นของตนเองแล้ว การบอกจุดด้อยของตนเอง ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน คุณอาจลิสต์ทั้งจุดเด่นและจุดด้อยออกมาเป็นข้อๆ พร้อมคำอธิบายโดยละเอียด เพื่อที่เวลาสัมภาษณ์จริงคุณจะสามารถกล่าวถึงได้โดยไม่ตะกุกตะกัก  4.ถามคำถามเพิ่มเติม  เป็นปกติที่เมื่อจบการสัมภาษณ์แล้วทางฝ่ายผู้สัมภาษณ์จะมีการถามคุณว่าสงสัยในเรื่องใดบ้าง ซึ่งการถามคำถามเพิ่มเติมถือเป็นสิ่งสำคัญ เป็นการแสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่าคุณตั้งใจที่จะเรียนรู้ตำแหน่งงานนี้มากน้อยเพียงใด ทั้งยังสื่อให้เห็นว่าคุณเป็นคนที่ฉลาด พร้อมเปิดรับความรู้ใหม่ๆ ตลอดเวลา  5.การแต่งตัว  การแต่งตัวไปสัมภาษณ์คือการสร้างความประทับใจเมื่อแรกพบให้กับผู้ที่สัมภาษณ์คุณ นอกจากนี้ยังเป็นการให้เกียรติตำแหน่งงานที่สมัคร คุณควรเลือกชุดที่ดูสุภาพ พอดีตัว ไม่ฉูดฉาดเกินไป เพื่อเป็นการให้เกียรติสถานที่นั่นเอง  หากว่าคุณกำลังหางานอยู่ การเตรียมตัวสอบสัมภาษณ์นั้นมีหลายสิ่งที่คุณต้องเรียนรู้เพิ่มเติม ทั้งข้อมูลของบริษัท คำถามที่ทางผู้สัมภาษณ์จะถามคุณ การวิเคราะห์จุดเด่นและจุดด้อยของคุณเอง ซึ่งการมุ่งมั่นตั้งใจเตรียมตัวจะทำให้คุณได้งานตามที่หวังไว้อย่างแน่นอน